ประวัติโรงเรียน

ก่อตั้ง

โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” เริ่มก่อตั้งเป็นโรงเรียนราษฎร์ เมื่อปี พ.ศ. 2489 โดยพระครูสมณวัตรวิมล (คำมาคโธ) อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดสมุหประดิษฐาราม เดิมชื่อโรงเรียนเสาไห้วิทยา เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่วัดสูง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ปี พ.ศ. 2491 จึงได้ติดต่อกระทรวงศึกษาธิการ ขอเปิดเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และโอนกิจการมาเป็นโรงเรียนของรัฐบาล
เปิดทำการสอนที่ศาลาการเปรียญ วัดสูงอย่างเดิม ใช้ชื่อโรงเรียนประจำอำเภอเสาไห้ ปี พ.ศ. 2492 ทางราชการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ โดยนำนามสมณศักดิ์ของท่านมาเป็นสร้อยเพื่อเป็นเกียรติแก่ พระสมณวัตรวิมล ได้ชื่อว่าโรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” ปี พ.ศ. 2495 ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนจนถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่อมา ปี พ.ศ. 2516 ได้รับงบประมาณ ให้ซื้อที่ดิน จำนวน 23 ไร่ 1 งาน เพื่อสร้างโรงเรียนใหม่ อยู่ที่แยกวัด สมุหประดิษฐาราม ตั้งอยู่ เลขที่ 28 หมู่ที่ 2 ตำบลเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ปี พ.ศ. 2517 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการมัธยมศึกษาเพื่อพัฒนาชนบท (คพ.ช) รุ่นที่ 2 ปี พ.ศ.2519 อาคารโรงเรียนแห่งใหม่ก่อสร้างเสร็จจึงได้ย้ายโรงเรียนซึ่งเป็นที่อยู่ ณ ปัจจุบัน เปิดทำการเรียนการสอนเต็มรูปแบบ

ปัจจุบัน

โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สระบุรี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” ได้รับรางวัลพระราชทานโรงเรียนมัธยมศึกษาดีเด่น ขนาดใหญ่ ปี พ.ศ. 2526, พ.ศ. 2528, พ.ศ. 2540 และปี พ.ศ. 2544 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
และปี พ.ศ. 2549 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนเครือข่ายสถานศึกษา 1 โรงเรียน 1 เขตการเลือกตั้งศูนย์การเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผ่านการประเมินและรับรองมาตรฐานคุณภาพ สมศ. จากสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2546 และ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2549 ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์เผยแพร่กิจกรรม 5ส โรงเรียนของ ปตท. ประจำภาคกลาง และได้เป็นโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ประเภทที่ 1 ปี พ.ศ.2527 โรงเรียนได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 11 ไร่ 53 ตารางวา